
พัฒนาการที่ดีของลูกน้อยเกิดจากส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความฉลาดทางวิชาการและความฉลาดทางอารมณ์ ดังนั้น IQ (Intelligence Quotient) และ EQ (Emotional Intelligence) จึงสำคัญต่อเด็ก การมี IQ ที่สูงจะทำให้ลูกฉลาดด้านวิชาการ มีทักษะการคิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหาที่ดี แต่เรื่องของ EQ มีความสำคัญควบคู่กันไป เพราะ EQ คือสิ่งสำคัญที่ทำให้ลูกเข้าใจเกี่ยวกับอารมณ์ รู้เท่าทันความรู้สึกของตนเองและเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น การที่ลูกมี IQ และ EQ สูงจะทำให้การเติบโตของลูกราบรื่นมากขึ้น ลูกน้อยจะเรียนหนังสือได้ดี รวมทั้งเข้ากับเพื่อนได้ ช่วยทั้งการพัฒนาด้านวิชาการและการใช้ชีวิต ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรใส่ใจพัฒนา IQ และ EQ ของลูกน้อย ซึ่งในบทความนี้ PBISS ได้รวบรวม 7 เคล็ดลับพัฒนา IQ และ EQ ของลูกไว้ให้แล้ว

IQ และ EQ คืออะไร
IQ (Intelligence Quotient) และ EQ (Emotional Intelligence) คือ ทักษะความฉลาดของมนุษย์สองด้านที่แตกต่างกัน เรามาเรียนรู้กันก่อน ว่าแต่ละอย่างคืออะไร
IQ คืออะไร
IQ (Intelligence Quotient) เป็นที่ได้จากการประเมินความสามารถทางสติปัญญา ซึ่งรวมการใช้เหตุผล การแก้ปัญหา ทักษะความจำ และความสามารถในการเรียนรู้ข้อมูลใหม่ ๆ ส่วนใหญ่แล้ว IQ มักจะประเมินด้วยแบบทดสอบที่ได้มาตรฐาน และได้คะแนนเป็นตัวเลขที่วัดค่าความสามารถทางสติปัญญาของผู้ทดสอบ ซึ่งคะแนน IQ สูงมักจะมีความสัมพันธ์กับทักษะการวิเคราะห์และวิชาการที่ดี
EQ คืออะไร
EQ (Emotional Intelligence) คือความฉลาดในด้านของอารมณ์ ที่เกี่ยวข้องกับความเข้าใจ การจัดการ และการรู้เท่าทันอารมณ์ EQ ยังเกี่ยวข้องกับความเห็นอกเห็นใจ (empathy) ความตระหนักรู้ (self-awareness) ความสามารถในการควบคุมตนเอง (self-regulation) ทักษะการเข้าสังคม และแรงจูงใจในการทำสิ่งต่าง ๆ ดังนั้นจะเห็นได้ว่า EQ เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเป็นไปด้วยดี ทำให้การสื่อสารและการเข้าสังคมราบรื่น

7 เคล็ดลับการพัฒนา IQ และ EQ ของลูก ฉลาดทั้งวิชาการและอารมณ์นั่นเอง
คุณพ่อคุณแม่จะเห็นได้ว่าพัฒนาการของลูกน้อยนั้นจะสมบูรณ์ได้ต้องมีทั้ง IQ และ EQ ควบคู่กัน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ 7 เคล็ดลับนี้ในการพัฒนา IQ และ EQ ของลูกได้
1. ส่งเสริมในด้านการเรียนรู้
การที่ลูกอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัวนับว่าเป็นเรื่องดี เพราะนั่นหมายถึงลูกพัฒนา IQ ผ่านการเรียนรู้ รับข้อมูลใหม่ ๆ และการสำรวจสิ่งที่ไม่เคยพบมาก่อน คุณพ่อคุณแม่ช่วยส่งเสริมให้ลูกน้อยอยากเรียนรู้ได้ด้วยการพาไปชมพิพิธภัณฑ์ หรืออ่านหนังสือหลากหลายประเภทให้ลูกฟังเพื่อกระตุ้นให้ลูกพัฒนาความฉลาดทางสติปัญญา
2. เล่นเกมแก้ปัญหา
การเล่นเกมจะทำให้ลูกมีความคิดในการแก้ปัญหาต่าง ๆ เช่น เกมต่อจิ๊กซอว์ เกมปริศนา หรือเกมแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับวัยจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาของลูก ทำให้ลูกได้ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ หรือคุณพ่อคุณแม่อยากชวนลูกเล่นบอร์ดเกม เช่น หมากรุก เกมกลยุทธ์ หรือเกมตรรกะต่าง ๆ ที่ทั้งสนุกและได้ความรู้ไปพร้อม ๆ กัน
3.สร้างนิสัยการอ่าน
การสร้างนิสัยการอ่านให้ลูกตั้งแต่เด็กเป็นเรื่องดี เพราะการอ่านไม่ได้แค่ช่วยเพิ่มคลังคำศัพท์เท่านั้น แต่ยังทำให้ลูกได้เรียนรู้ความคิดและประสบการณ์ใหม่ ๆ ฝึกจินตนาการและสติปัญญา รวมทั้งเมื่อเด็กได้อ่านหนังสือหลากหลายประเภทแล้ว ความรู้ของเขาก็จะกว้างขึ้นตามไปด้วย

4. พูดคุยเรื่องอารมณ์
สภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรและปลอดภัยจะทำให้เด็กรู้สึกสบายใจที่จะเล่าความรู้สึกของตนเองให้คุณพ่อคุณแม่ฟัง ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรอดทน ใจเย็น และค่อย ๆ สอนให้ลูกเรียนรู้ความรู้สึกและอารมณ์ต่าง ๆ ว่าสิ่งที่ลูกน้อยรู้สึกนั้นคืออะไร เช่น ความรู้สึกนี้คือโกรธ ความรู้สึกนี้คือเศร้า
5. เป็นตัวอย่างในการควบคุมอารมณ์ที่ดี
เด็กจะมีการเรียนรู้โดยการเลียนแบบจากผู้ใหญ่ และตัวอย่างที่เด็ก ๆ พบเจอเป็นประจำคือคุณพ่อคุณแม่ คุณพ่อคุณแม่จึงควรเป็นตัวอย่างที่ดีในการควบคุมอารมณ์ เช่น หายใจเข้าลึก ๆ เมื่อโกรธ หรือพูดขอบคุณเมื่อรู้สึกมีความสุขหรือซึ้งใจ การกระทำต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นต้นแบบในการแสดงออกทางอารมณ์ของลูก
6. ฝึกทักษะการเข้าสังคม
คุณพ่อคุณแม่ช่วยลูกน้อยฝึกทักษะการเข้าสังคมได้ด้วยการให้ลูกได้พบเจอกับเพื่อนวัยเดียวกัน หรือผู้ใหญ่คนอื่น ๆ รวมทั้งสนับสนุนให้ลูกรู้จักแบ่งปัน ช่วยเหลือ และช่วยแก้ปัญหาความเข้าใจผิดเมื่อเกิดขึ้น การเล่นบทบาทสมมติเป็นอีกหนึ่งวิธีในการฝึกทักษะการเข้าสังคมให้ลูกเช่นกัน
7. สอนให้รู้จักเห็นอกเห็นใจ
การอ่านหนังสือ หรือดูโทรทัศน์กับลูกและพูดคุยเกี่ยวกับความรู้สึกของตัวละครเป็นหนึ่งในวิธีที่คุณพ่อคุณแม่นำไปใช้ เพื่อสอนให้ลูกรู้จักเห็นอกเห็นใจได้ รวมทั้งการส่งเสริมให้ลูกจินตนาการว่า ถ้าลูกเป็นคนอื่นและตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นจะทำอย่างไร หรือจะช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างไร ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดี
คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมว่าการพัฒนา IQ และ EQ ต้องใช้เวลา ความสม่ำเสมอ และความอดทนจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น เช่นเดียวกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนให้ลูกได้เรียนรู้ สำรวจ และได้ลองผิดลองถูก เพื่อที่ลูกจะได้พัฒนาความฉลาดทั้งด้านวิชาการและอารมณ์ไปควบคู่กัน
สรุป
การพัฒนา IQ และ EQ ของลูกตั้งแต่เด็กเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการพัฒนาความฉลาดทั้งด้านวิชาการและอารมณ์ต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ ยิ่งคุณพ่อคุณแม่ส่งเสริมทักษะของลูกน้อยตั้งแต่ยังเล็ก ก็มีโอกาสที่เขาจะพัฒนาทักษะดังกล่าวได้ดีมากขึ้นในระยะเวลาต่อมา การเรียนที่โรงเรียนนานาชาติมีจุดเด่นเรื่องความหลากหลายและการเปิดกว้าง ทำให้ลูกน้อยได้พบเจอสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ การเรียนที่โรงเรียนนานาชาติ PBISS จะช่วยทำให้ลูกน้อยได้พัฒนา IQ ด้วยการเรียนผ่านการเล่น (play-based learning) และพัฒนา EQ ด้วยสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรและพบปะกับเพื่อนต่างเชื้อชาติ โรงเรียนนานาชาติ PBISS ผสานหลักสูตรระดับโลกอย่าง Cambridge International Standard เข้ากับหลักสูตร STEM+ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน รวมทั้งออกแบบการเรียนการสอนโดยมีผู้เรียนเป็นจุดศูนย์กลาง โรงเรียนนานาชาติ PBISS รับสมัครนักเรียนตั้งแต่อายุ 2-17 ปี ดังนั้นหากคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ลูกได้เข้าเรียนที่ที่จะส่งเสริมทักษะรอบด้านและพัฒนาศักยภาพของลูกน้อยจนถึงขีดสุด โรงเรียนนานาชาติ PBISS จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด


